คลังเก็บหมวดหมู่: Movies

Stranger Things 5

รีวิว Stranger Things ซีซัน 5 พาร์ทแรก เปิดฉากสมการรอคอย

หลังจากปล่อยให้แฟน ๆ รอคอยกันนานเกือบ 3 ปี Stranger Things ซีรีส์ออริจินัลจาก Netflix ก็กลับมาอีกครั้งกับซีซันที่ 5 ซึ่งเป็นซีซันสุดท้ายของเรื่อง โดยพาร์ทแรกจำนวน 4 ตอน ได้ปล่อยให้รับชมพร้อมกันเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

 

ทันทีที่เปิดสตรีม กระแสตอบรับจากนักวิจารณ์และสื่อบันเทิงทั่วโลกก็หลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยภาพรวมเสียงส่วนใหญ่ยกให้เป็นการเปิดฉากซีซันสุดท้ายที่แข็งแรง และคุ้มค่าการรอคอยของแฟน ๆ ที่ติดตามซีรีส์เรื่องนี้มาอย่างยาวนาน

Stranger Things 5

เปิดซีซันด้วยจังหวะที่กระชับขึ้น เดินเรื่องเร็วและหนักแน่น

Stranger Things ซีซัน 5 เปิดตัวได้อย่างโดดเด่น ด้วยจังหวะการเล่าเรื่องที่กระชับกว่าเดิม เนื้อหาในพาร์ทแรกอัดแน่นไปด้วยฉากแอ็กชันและสถานการณ์ตึงเครียด ตั้งแต่ตอนแรกไปจนถึงตอนที่ 4 โดยแทบไม่ปล่อยให้เรื่องราวชะลอลง

 

ขณะเดียวกัน ซีรีส์ยังสามารถรักษาโทนที่เป็นเอกลักษณ์ไว้ได้ ทั้งความตลกแบบเป็นธรรมชาติ ความอบอุ่นของมิตรภาพ และดราม่าที่ค่อย ๆ สะสมอารมณ์ หลายเสียงมองว่าซีซันนี้ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับช่วงพีคของซีซันแรก แต่มีมิติและน้ำหนักทางอารมณ์ที่โตขึ้นตามตัวละคร

Stranger Things 5

โมเมนต์ตัวละครยังคงเป็นหัวใจของ Stranger Things

อีกหนึ่งจุดที่ได้รับคำชม คือการให้พื้นที่กับพัฒนาการของตัวละคร โดยเฉพาะฉากอารมณ์ที่เปิดโอกาสให้ตัวละครได้เผชิญหน้ากับตัวตนและความรู้สึกภายในของตัวเอง

 

ความสัมพันธ์ของ โรบิน และ วิล ถูกพูดถึงอย่างมากในฐานะฉากสนทนาที่สะท้อนการยอมรับตัวตนอย่างตรงไปตรงมา และเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของพาร์ทแรก ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่าง สตีฟ และ ดัสติน ยังคงทำหน้าที่เป็นแกนกลางทางอารมณ์ของเรื่อง เติมเต็มเสน่ห์และความอบอุ่นให้กับซีรีส์ได้อย่างต่อเนื่อง

Stranger Things 5

ความสยองและงานโปรดักชันถูกยกระดับขึ้นอีกขั้น

ในแง่ของความสยองและฉากแอ็กชัน Stranger Things ซีซันสุดท้ายก็ยังไม่ทำให้แฟน ๆ ผิดหวัง การปรากฏตัวของเดโมกอร์กอน ฝูงมอนสเตอร์ และฉากไล่ล่าขนาดใหญ่ ถูกนำเสนออย่างดุดันและเข้มข้นมากขึ้น โดยเฉพาะตอนที่ 4 ยกให้เป็นหนึ่งในตอนที่อลังการและหนักหน่วงที่สุดของทั้งซีรีส์

 

ด้านงานโปรดักชัน ทั้งงานภาพ การจัดแสง การใช้มุมกล้อง และสเกลของฉากแอ็กชันที่ขยายใหญ่ขึ้น ให้ประสบการณ์ใกล้เคียงกับการรับชมภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ มากกว่าซีรีส์ทางโทรทัศน์ทั่วไป

Stranger Things 5

เสียงวิจารณ์ที่ยังคงสะท้อนออกมา

อย่างไรก็ตาม ซีซันสุดท้ายก็ยังมีข้อสังเกตบางส่วน โดยเนื้อหาในพาร์ทแรกยังค่อนข้างแน่น ตัวละครจำนวนมากทำให้บางช่วงของเรื่องดูซับซ้อน และต้องใช้สมาธิในการติดตามพอสมควร

 

อีกประเด็นที่ถูกกล่าวถึงคืออายุของนักแสดงที่เติบโตขึ้นอย่างชัดเจน จนทำให้เส้นแบ่งระหว่างวัยของตัวละครกับภาพลักษณ์ของนักแสดงเริ่มเลือนราง ซึ่งบางสำนักมองว่าเป็นสัญญาณที่เหมาะสมแล้วสำหรับการปิดฉากเรื่องราวอย่างจริงจัง

Stranger Things 5

เปิดทางสู่บทสรุปที่แฟน ๆ จับตามอง

แม้จะมีเสียงวิจารณ์อยู่บ้าง แต่ภาพรวมกระแสตอบรับของ Stranger Things Season 5 ในพาร์ทแรกยังคงเป็นไปในทิศทางบวก ซีรีส์สามารถสร้างความเข้มข้นและแรงดึงดูดได้มากพอที่จะทำให้ผู้ชมเฝ้ารอพาร์ทถัดไปอย่างใจจดใจจ่อ

 

หาก Stranger Things ยังรักษามาตรฐานการเล่าเรื่องและงานโปรดักชันในระดับนี้เอาไว้ได้จนถึงตอนจบ ซีรีส์เรื่องนี้ก็มีโอกาสสูงที่จะปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่ และจดจำในฐานะหนึ่งในซีรีส์ระดับไอคอนของยุคสตรีมมิง

สเตรนเจอร์ ธิงส์ (Stranger Things) 5 | ตัวอย่างซีรีส์อย่างเป็นทางการ

Sweet Dreams

ซีรีส์ Sweet Dreams ฆ่าฉันในฝันของนาย เมื่อฝันร้ายหลุดออกมาฆ่าในโลกจริง

ซีรีส์สืบสวนระทึกขวัญ-จิตวิทยา “Sweet Dreams ฆ่าฉันในฝันของนาย” (ผลิตโดย Mono Original) เป็นอีกหนึ่งผลงานที่ตอกย้ำความสามารถของวงการซีรีส์ไทยในการสร้างสรรค์เรื่องราวเข้มข้นที่เล่นกับมิติของ “ความจริง” และ “ภาพลวงตา” ได้อย่างน่าติดตาม บทความนี้จะพาไปเจาะลึกองค์ประกอบที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้กลายเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของแนวทริลเลอร์ไทย

การผสานแนวทางอาชญากรรมกับการสำรวจจิตใจ

หัวใจสำคัญที่ทำให้ Sweet Dreams โดดเด่นคือการนำเสนอมิติทาง จิตวิทยา มาเป็นตัวขับเคลื่อนเรื่องราวอาชญากรรม ไม่ใช่เพียงแค่การตามหาว่าใครคือฆาตกรเท่านั้น แต่ยังเป็นการพาผู้ชมเข้าไปสำรวจ ภาวะจิตใจอันสับสน ของตัวละครหลักอย่าง ไตร (เฟย-ภัทร เอกแสงกุล) ผู้กำกับภาพยนตร์ที่ผลงานของเขาได้กลายเป็นพิมพ์เขียวของการฆาตกรรมต่อเนื่อง

 

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อภาพยนตร์ของไตรที่ชื่อเดียวกันนี้ ถูกเลียนแบบโดยฆาตกรโรคจิต และเหยื่อล้วนเป็นคนใกล้ชิดในกองถ่าย การสืบสวนจึงตกอยู่ในมือของ พันตำรวจเอก ปราณนต์ (ไผ่-พาทิศ พิสิฐกุล) และ หมอราณี (โดนัท-มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล) จิตแพทย์ที่ต้องเข้ามาวิเคราะห์สภาพจิตใจของไตรเพื่อหาเบาะแส

Sweet Dreams

การแสดงที่ขับเคลื่อนด้วยอารมณ์

จุดแข็งของซีรีส์อยู่ที่การคัดเลือกนักแสดงที่สามารถถ่ายทอดความซับซ้อนของตัวละครได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการแสดงของ เฟย-ภัทร เอกแสงกุล ในบทบาทของ “ไตร” ที่ต้องแบกรับทั้งความรู้สึกผิด ความหวาดระแวง และการเผชิญหน้ากับภาพหลอนที่เขาสร้างขึ้นมาเอง การแสดงของเขาสามารถทำให้ผู้ชมสงสัยในความเป็นจริงว่าสิ่งที่ไตรเห็นนั้นเป็นเพียงอาการทางจิต หรือเป็นเบาะแสสำคัญจากจิตใต้สำนึกกันแน่

 

ขณะที่ โดนัท-มนัสนันท์ ในบทบาทจิตแพทย์ ก็ทำหน้าที่เป็น “กระจกสะท้อน” ความสับสนของไตร เธอเป็นตัวแทนของเหตุผลและความพยายามในการหาคำตอบจากหลักการทางวิทยาศาสตร์จิตวิทยา ทำให้ตัวละครมีความน่าเชื่อถือและเป็นแกนหลักในการวิเคราะห์ปมปริศนา

Sweet Dreams

ภาพและบรรยากาศ มิติแห่งความฝันและภาพหลอน

องค์ประกอบด้านโปรดักชั่นมีส่วนสำคัญในการสร้างบรรยากาศที่เหมาะสมกับชื่อเรื่อง ซีรีส์ใช้ โทนสีที่หม่นและมืดมัว เน้นการจัดแสงที่สร้างเงาและความไม่แน่นอน (Ambiguity) เพื่อสื่อถึงสภาพจิตใจที่ถูกกัดกินด้วยความผิดและภาพหลอน การตัดต่อที่สลับไปมาระหว่างฉากในภาพยนตร์ของไตรกับฉากฆาตกรรมที่เกิดขึ้นจริง ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนกำลังดูหนังสยองขวัญซ้อนอยู่ในซีรีส์อีกที

 

การใช้ภาพหลอนของผู้หญิงปริศนาที่คอยตามหลอกหลอนไตร ถือเป็นกลไกสำคัญในการดึงดูดความสนใจ เพราะมันเชื่อมโยงกับปมในอดีตที่ไตรพยายามจะหนี หรืออาจจะเป็น สัญญาณเตือน ถึงสิ่งที่เขามองข้ามไป

ตัวอย่าง Sweet Dreams ฆ่าฉันในฝันของนาย

“Sweet Dreams ฆ่าฉันในฝันของนาย” เป็นซีรีส์ 6 ตอนจบที่กระชับ ไม่ยืดเยื้อ ทำให้การดำเนินเรื่องเป็นไปอย่างรวดเร็วและตื่นเต้นตลอดเวลา มันเป็นมากกว่าซีรีส์อาชญากรรมทั่วไป แต่เป็นบทเรียนที่ว่า “ความคิด” และ “ความปรารถนาอันมืดมิด” ที่ถูกถ่ายทอดออกมาในงานศิลปะ อาจกลายเป็นเชื้อเพลิงให้กับอาชญากรรมในชีวิตจริงได้

 

ผู้ที่ชื่นชอบซีรีส์แนว Whodunit ที่ต้องใช้การวิเคราะห์ทางจิตวิทยา และชอบการพลิกผันของเรื่องราว ไม่ควรพลาดซีรีส์เรื่องนี้ เพราะมันจะท้าทายให้คุณต้องตั้งคำถามกับทุกสิ่งที่เห็น จนกระทั่งถึงฉากสุดท้ายที่อาจทำให้คุณต้องอุทานว่า “นี่คือสิ่งที่ฉันฝันไป หรือมันคือความจริงกันแน่?”

Stranger Things​ 4 สตรีมแล้ววันนี้ รับชมรวดเดียวจบ 7ตอน

กลับมาแล้วกับ Stranger Things 4 ซีรีส์ที่ทุ่มทุนสร้างสุดยิ่งใหญ่ โดยใช้ทุนสร้างตอนละ 30 ล้านเหรียญฯ

สานต่อเรื่องราวต่อจากซีซั่น 3 ซึ่งมีระยะเวลาในเรื่องห่างกันเพียง 6 เดือนเท่านั้น ในซีซั่นนี้พูดถึงการหายตัวไปของ ฮ็อปเปอร์ ผู้อุปถัมภ์อีเลฟเว่น และกลุ่มเพื่อน ๆ ที่ต้องฝ่าฟันเรื่องราวสุดซับซ้อนในโรงเรียนมัธยมปลาย ที่เต็มไปด้วยภัยคุกคามเหนือธรรมชาติรูปแบบใหม่ที่น่าสะพรึง ลึกลับ และความสยดสยองที่เกิดขึ้นของโลกกลับด้าน

 

เรื่องราวจะลงเอยอย่างไร มาร่วมลุ้นกันได้ใน Stranger Things 4 ทาง Netflix รับชม 7 ตอนรวดเดียวจบ

 

ซีรีส์ The Good Place ดูแล้วอยากเป็นคนดีมากขึ้น

ทุกวันนี้ยังงงกับตัวเองอยู่เลย ว่ากลายเป็นคนติดซีรีส์ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ระดับคะแนนการติดซีรีส์ของตัวเองถ้าเต็มสิ 10 ก็ให้ 9.5 เลย (อะไรจะติดขนาดนั้น)

ซีรีส์ The Good Place ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ติดงอมแงมมาก เพราะเป็นซิทคอมเบาสมองดูแล้วขำก๊าก แถมยังให้ข้อคิดดีๆ แก่ผู้ชมอีกด้วย ซึ่งตอนจบซีซั่นแรกจะมีหักมุมแบบต้องร้อง “เห้ย!” อีกต่างหาก ดูจบก็อยากดูซีซั่นต่อไปทันที

The Good Place เป็นซีรีส์ซิทคอมที่มีเรตติ้งค่อยข้างดีเลยแหละ โดยเว็บไซต์ Rotten Tomatoes ได้ให้คะแนนเรตติ้งซิทคอมเรื่องนี้ในซีซั่น 1 สูงถึง 95% ส่วนซีซั่น 2 กวาดเรตติ้งไป 100% เต็มเลยทีเดียว ธรรมดาซะที่ไหน

อย่าหาว่าอวยจนเกินไป แต่ถ้าคุณมีเวลาว่างเมื่อไหร่ ก็รีบจัดการดูโดยด่วน เพราะเป็นซีรีส์ที่สนุกมาก แถมยังให้ข้อคิดดีๆ อีกด้วย เมื่อคุณดูจบ รับรองเลยว่า “คุณจะอยากเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม” อย่างแน่นอนสามารถติดตามชมได้ทาง iflix

รีวิว Han Solo ฉบับคนไม่เคยดู Star Wars

บอกตรงๆ ว่าเป็นคนที่ไม่เคยดู Star Wars แม้แต่ภาคเดียว เพราะดูไม่รู้เรื่อง เจดงเจไดอะไรก็ไม่รู้จัก เจไดคืออะไร งง! เคยฝืนตัวเองด้วยการลองดูภาคนึง สุดท้ายดูไม่จบ

ส่วนภาพยนตร์เรื่อง Han Solo นี่ ไปดูแบบไม่ได้คาดหวังอะไร ปรากฎว่า ดูรู้เรื่อง และชอบมาก เนื้อเรื่องเข้าใจง่าย ดูจบแล้วอยากลองกลับไปดูภาคอื่นๆ อีกครั้ง

เนื้อเรื่องจะเล่าไปถึงตอนที่ฮานโซโลยังเป็นวัยรุ่น และเล่าถึงจุดเริ่มต้นบางอย่าง ที่เชื่อมโยงไปถึงสตาร์วอร์สภาคอื่นๆ

ถ้าพูดถึง CG ก็คงจะต้องชมอย่างเดียว เพราะทำออกมาได้สมจริงมาก บางฉากนี่ดูไม่ออกเลยว่าของจริง หรือ CG กันแน่

การดำเนินเรื่องก็สนุกดี มีหักมุม ดูแล้วลุ้นตาม

ให้ 8/10 คะแนน ไม่ใช่แฟนสตาร์วอร์ส แต่ดูแล้วชอบ ดูรู้เรื่อง

THE FOUNDER อยากรวยต้องเหนือเกม

เป็นหนังที่คนอยากทำธุรกิจควรดู!! หนังเรื่องนี้เล่าถึงชีวประวัติ “เรย์ คร็อค” ผู้สร้างอาณาจักร McDonald’s วัย 52 ปี ผู้มีความทะเยอทะยานสูง แทนที่เขาจะนึกถึงชีวิตการพักผ่อนในวัยเกษียณ แต่เขากลับลุกขึ้นมองหาโอกาสใหม่ๆ อยู่เสมอ
ก่อนที่ “เรย์ คร็อค” จะกลายเป็นพระเจ้าแห่งอาณาจักร McDonald’s เขาเคยลองทำมาแล้วนับไม่ถ้วน เป็นเซลล์แมนขายของสารพัด ทั้งเครื่องปั่นมิล์คเชค โต๊ะพับ หรือแม้กระทั่งแก้วกระดาษ แต่ไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ควร จนใครๆ ก็ตราหน้าเขาว่า เขาไม่มีวันประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน

แต่แล้วชีวิตของเขาก็เปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อเขาได้พบกับ “แม็ค และ ดิ๊ค” สองพี่น้องตระกูล “แมคโดนัลด์” ซึ่งเดิมที ทำธุรกิจขายแฮมเบอร์เกอร์อยู่ก่อนแล้ว “เรย์ คร็อค” สนใจในระบบการบริหารจัดการด้านการผลิตและขายแฮมเบอร์เกอร์รูปแบบใหม่ที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนนี้ เขาอยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งใน McDonald’s เพราะมองเห็นอนาคตที่สดใสของธุรกิจ แต่แล้วจุดพลิกผันก็เกิดขึ้น เมื่อ “เรย์” เริ่มอยากบริหารงานทั้งหมดนี้เอง

บอกได้เลยว่า “THE FOUNDER” จะเป็นหนังเรื่องโปรดของผมไปตลอดกาล หนังดูสนุก ไม่น่าเบื่อ ดำเนินเรื่องเร็วและกระชับ ต้องขอชม “ไมเคิล คีตัน” ที่สามารถเป็น “เรย์ คร็อค” ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ถึงแม้บางทีเราจะเกลียดขี้หน้าและหลงไหลตัวละครตัวนี้ไปในเวลาเดียวกันก็ตาม หนังจะพาเราย้อนอดีตไปในสมัยที่เพิ่งเริ่มก่อตั้ง McDonald’s ทำให้เราได้เห็นวิวัฒนาการและการเติบโตของร้านฟาสต์ฟู๊ดชื่อดังนี้
ใครชอบดูหนังสไตล์ชีวประวัติอย่าง สตีฟ จ็อบส์ และเดอะโซลเชียลเน็ตเวิร์ค ก็น่าจะชอบหนังเรื่องนี้ได้ไม่ยาก
โดยส่วนตัวชอบดูหนังแนวนี้อยู่แล้วเลยให้คะแนนอยู่ที่ 8/10แนะนำคนที่อยากทำธุรกิจ ต้องดูเรื่องนี้ให้ได้ครับ
ตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง THE FOUNDER อยากรวยต้องเหนือเกม

ARQ หนังย้อนเวลาน่าดูตลอดกาล ใช้ทุนต่ำและถ่ายทำสถานที่เดียวทั้งเรื่อง

      แนะนำหนังน่าดูอีกหนึ่งเรื่อง นั่นก็คือ ARQ ขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในหนัง Time Loop ที่ยอดเยี่ยมตลอดกาล เป็นหนังทุนต่ำถ่ายทำสถานที่เดียวทั้งเรื่อง แต่สามารถขายไอเดียความเป็นไซไฟย้อนเวลาได้ฉลาดสุดๆ ถึงแม้บทหนังจะวนลูปซ้ำเดิมแต่การเขียนบทสามารถทำให้แต่ละลูปไปไกลกว่าเดิมมากขึ้นเรื่อยๆ เนื้อเรื่องน่าติดตามตลอดทั้งเรื่อง และหนังเรื่องนี้นำแสดงโดย ร็อบบี้ อาเมล (Robbie Amell) และ ราเชล เทเลอร์ (Rachael Taylor)

กำกับการแสดงและเขียนบทโดย Tony Elliott ทุ่มทุนสร้างโดย Lost City และ XYZ Films เข้าฉายทาง Netflix ไปตั้งแต่ปี 2016 แต่ยังคงถูกพูดถึงอยู่ทุกวันนี้และคอหนังยังคงยกให้เป็นหนังย้อนเวลาที่ยอดเยี่ยมและยังน่าดูที่สุดตลอดกาล

ARQ จะเป็นเรื่องราวในโลกอนาคตเมื่อทรัพยากรน้ำมันกำลังจะแห้งเหือดไปจากโลก บ้านเมืองเต็มไปด้วยกลุ่มผู้บุกรุกลึกลับ หนุ่มวิศวกร (Robbie Amell) ต้องพยายามป้องกันเทคโนโลยีที่สามารถส่งต่อพลังงานอย่างไร้ขีดจำกัด และหยุดยั้งสงครามที่จะทำลายล้างโลก อุปสรรคเพียงอย่างเดียวนั่นก็คือเทคโนโลยีมันถูกสร้างมาเป็นวงจรซ้ำไปซ้ำมาทำให้เขาและเพื่อน ๆ ของเขาต้องย้อนกลับไปในวันเดิม ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าสามารถหาชมได้ทาง https://www.netflix.com/th/